[NBC Hannibal oneshot]Briser l’écorce

posted on 12 Sep 2013 14:29 by omtn in writing



Title: Briser l’écorce

Author: OMIX

Pairing: Will Graham/Dr.Hannibal Lecter

Rating: PG

Disclaimer: Based on many chapters of NBC’s Hannibal. (Full of distortion for author’s pleasure. LOL)

Author note: มันคือสตอรี่บอร์ดที่จะใช้เขียนโดจิน แต่ทำไปทำมาเผลอแต่งเป็นสำนวนฟิคค่ะ TwT/// เพิ่งจะเคยลงฟิคเรื่องแรกในชีวิต อายเล็กน้อยแต่ก็ค่อนข้างรู้สึกว่ามันโอเคเลยกล้าเอามาลงค่ะ 55555
ปล.สังเกตความสอดคล้องของ 3 ข้อในตอนแรกกับตอนท้ายให้ดีๆ! 
#นี่มันเรียงความวิชาการรึไงทำไมต้องโยงขนาดนี้

Summary: วิลได้รู้จักกับดอกเตอร์เลกเตอร์ในฐานะจิตแพทย์คนใหม่ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นทีละน้อย จนถึงจุดที่เขาเข้าใจว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร

 

 


  

 

  

 

         ถ้าจะให้กล่าวถึงความประทับใจเกี่ยวกับจิตแพทย์คนใหม่ของวิล แกรแฮม …

 

         อย่างแรก คือความเจ้าระเบียบที่แอบแฝงในชุดสูทสามชิ้น แบบตัดเย็บดูหรูหรา

         อย่างที่สอง คือสายตาสงบเยือกเย็น ที่ราวกับมองทุกสิ่งทะลุปรุโปร่ง

         และอย่างที่สาม คือตัวตนที่ช่าง....ดูสูงส่ง  

        

         ทุกสิ่งของคนตรงหน้าที่ปรากฏต่อสายตาคนไข้เช่นเขา ดูสมบูรณ์แบบในฐานะจิตแพทย์ แต่วิล แกรแฮมยังไม่แน่ใจ ….ว่าเขาควรจะเปิดใจไว้วางใจดอกเตอร์ฮันนิบาล เลกเตอร์หรือไม่

        

 

        

 

 

         "อรุณสวัสดิ์ครับ วิล ผมขอเข้าไปในบ้านได้มั้ย?"

 

         ภาพสุดท้าย-หรืออย่างน้อยแค่หนึ่งในบรรดาภาพสุดท้าย-ที่วิล จะจินตนาการถึงเมื่อเปิดประตูบ้านในยามเช้ากลับปรากฏขึ้นต่อหน้า แสงแดดยามเช้าลอดผ่านเส้นกรอบหน้าของดอกเตอร์เลกเตอร์ จิตแพทย์ผู้เข้าทำหน้าที่แทนดอกเตอร์บลูม -หญิงสาวน้อยคนบนโลกที่ชายมืดมนและมองโลกอับเฉาเฉกเช่นวิล มีความรู้สึกพิเศษด้วย- ยามนี้จิตแพทย์คนดังกล่าวยืนอยู่ตรงหน้าเขาผู้ตื่นจากความง่วงงุนเมื่อครู่เป็นปลิดทิ้ง ดอกเตอร์กล่าวขออนุญาตรุกล้ำชายคาบ้านด้วยน้ำเสียงสุภาพ

        

         ชายหนุ่มได้เห็นหนึ่งในบรรดาภาพสุดท้ายที่จะจินตนาการถึงอีกครั้ง อาหารเช้าแบบง่ายๆแต่เปี่ยมครบด้วยสารอาหารถูกวางลงตรงหน้า ดูเหมือนว่าผู้มาเยือนจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าคนไข้ของเขาจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนประเภทที่ไม่ทานอาหารเช้า -หรือขี้เกียจเกินกว่าจะเตรียมอาหารเช้า- ดอกเตอร์นำเสนออาหารที่เขาตระเตรียมมาให้ด้วยสำนวนที่ไม่โอ้อวดจนเกินไป และนั่งลงตรงข้ามเจ้าบ้าน คนทั้งสองลงมือทานอาหารเงียบๆ

        

         ไม่รู้ว่าเพราะฝีมือการทำอาหารของดอกเตอร์เลกเตอร์นั้นเยี่ยมยอดหรือเพราะวิลไม่ได้ทานอาหารเช้าร่วมโต๊ะกับใครมานานแล้ว …ลำแสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านผ้าม่าน บทสนทนาที่แสดงความพยายามผูกมิตรเขารู้สึกพอใจกับอาหารเช้ามื้อนี้มากที่สุดในรอบหลายปี... นั่นคือความรู้สึกนึกคิดภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของวิล ช่างน่าเสียดายที่ดอกเตอร์เลกเตอร์คงไม่อาจหยั่งรู้

 

 

         เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วหลังการมาเยือนของดอกเตอร์เลกเตอร์ในเช้าวันนั้น มีเหตุการณ์หลายสิ่งสร้างความวุ่นวายให้กับสมองอันแปรปรวนของวิล เขาเข้าพบจิตแพทย์ของเขาในออฟฟิศตามนัดหมายทุกครั้ง พูดคุยถึงสภาพจิตใจของตนหลังพบเห็นฉากฆาตกรรม หรือเรื่องความรู้สึกรับผิดชอบต่อความกำพร้าของอบิเกล ฮอปส์

 

         วิลคิดในใจทุกครั้งที่มาที่ออฟฟิศแห่งนี้ ....เขาสัมผัสได้ถึงตัวตนของเจ้าบ้าน ความหรูหราที่แสดงออกชัดเจนในเครื่องเรือนเหล่านั้น ราวกับถอดแบบมาจากชายตรงหน้าผู้สวมชุดสูทสามชิ้นเป็นเอกลักษณ์ และอีกความรู้สึกที่เขาไม่อาจทราบว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ยามจ้องมองไปยังบรรดาหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้นเต็มด้านฝาผนัง ...ดอกเตอร์เลกเตอร์เหมือนกับหนังสือเหล่านั้น -เข้าใจยาก ค้นหาเท่าไหร่ก็คงไม่มีวันสิ้นสุด-

 

 

 

 

 

         “ผมไม่แน่ใจว่าคุณไม่ได้เดินละเมออยู่ใช่ไหม วิล?”

        

         ชายในชุดนอนผ้าไหมคลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวเอ่ยถามขึ้นทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากกาต้มกาแฟสำหรับกาแฟยามเช้าของเขา วิลรู้ตัวดีว่าตนได้ทำเสียมารยาทไปแค่ไหน เวลานี้คงจะเช้าเกินไปสำหรับการเข้าพบจิตแพทย์นอกเวลานัดหมาย ชายหนุ่มต้องการปรึกษาถึงอาการเดินละเมอของเขาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันนี้ ...และแฝงด้วยจุดประสงค์เล็กๆอีกสักข้อ

 

         ดอกเตอร์เลกเตอร์ในยามเช้า...ไม่ต่างจากจินตนาการของเขาสักเท่าไหร่

         วิลลอบมองสภาพของคนตรงหน้าที่ช่างต่างจากสภาพที่เขาคุ้นเคยในออฟฟิศหรูหรานั้น เส้นผมสีเปลือกไม้ที่มักถูกเสยไปด้านหลังและบรรจงแต่งอย่างเรียบร้อย ยามนี้กลับปรกลงบดบังเนินหน้าผากอันจองหอง สร้างความรู้สึกแปลกตา -โดยที่ไม่รู้สึกตัว-ชายหนุ่มเพลิดเพลินกับการเฝ้ามองการไหวน้อยๆของกลุ่มผมนั้น และอาจเป็นเพราะคนตรงหน้าง่วนอยู่กับการตระเตรียมเครื่องดื่มต้อนรับผู้มาเยือน จึงไม่อาจรับรู้ถึงสายตานั้น

 

 

 

 

 

 

 

         “ผมจูบกับอลาน่า บลูม”

 

         “งั้นหรือ.....เข้ามาก่อนสิ”

 

         เป็นอีกครั้งที่วิลเดินทางมาพบจิตแพทย์ของเขานอกเวลานัดหมาย ชายหนุ่มรุดหน้ามาเพื่อเล่าถึงอาการได้ยินเสียงประหลาดของตน -แม้ว่าสิ่งที่เขาเผลอพูดออกไปก่อน คือเรื่องของอลาน่า- วิลมีความพึงพอใจ ความชื่นชมอลาน่ามาตั้งแต่ในอดีต เขากล่าวสรรเสริญว่ามันเป็นจูบที่ยอดเยี่ยมและเขารู้สึกดีกับมันมากแค่ไหน แม้สุดท้ายแล้วแพทย์สาวจะปฏิเสธความรู้สึกของเขาก็ตาม สีหน้าเรียบเฉยของดอกเตอร์เลกเตอร์ยามรับฟังเรื่องราวเหล่านั้นทำให้วิลไม่แน่ใจ ว่าเขาลงทุนขับรถฝ่าหิมะยามค่ำ โอ้อวดถึงเรื่องที่เขาทำกับอลาน่า เพียงแค่ต้องการรับรู้การวิเคราะห์ในมุมมองของจิตแพทย์เท่านั้นหรือ?

 

         “ผมเดินละเมอ...ปวดหัวจนแทบระเบิด...ได้ยินเสียงประหลาดจากผนังห้อง...ผมรู้สึก...ไม่มั่นคง”

 

         “นั่นต่างหากที่เป็นเหตุผลที่คุณจูบอลาน่า เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ไม่มั่นคงของคุณ”

 

         ดอกเตอร์เลกเตอร์กล่าวออกมาแทบจะในทันทีที่วิลเว้นช่องว่างให้เขาวิเคราะห์ ...กล่าวด้วยความเร็วที่ทำให้วิลรู้สึกเหมือนโดนไม้ตีแสกหน้าเล็กน้อย และในทันทีที่หายจากอาการมึนชา เขาจับความรู้สึกไม่พอใจได้ในเนื้อความและน้ำเสียงนั้น

 

         ตอนนั้นเองที่วิล แกรแฮมได้เข้าใจ...ว่าเขามาที่นี่เพื่อที่จะได้ยินสิ่งนี้...

 

 

 

 

 

 

         วิล แกรแฮมพาร่างของเขามาที่ออฟฟิศของดอกเตอร์เลกเตอร์ด้วยความรู้สึกร้อนใจ ก่อนหน้านี้ราวๆหนึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่พิเศษอยู่ที่ร้านเครื่องสายของโทเบียส ที่นั่นเขาได้ต่อสู้และยิงปะทะกับเจ้าของร้าน หรือจากสถานภาพในตอนนั้น -ฆาตกร- วิลปล่อยให้โทเบียสหลบหนีไปได้ และอีกไม่นานนักที่แจ็ค ครอวฟอร์ดบอกกับเขาว่าออฟฟิศของดอกเตอร์เลกเตอร์ถูกบุกรุกและ โดนทำร้ายร่างกายโดยเจ้าฆาตกรคนที่ว่า

 

         ทันทีที่ก้าวขาเข้าพ้นกรอบประตูห้องออฟฟิศที่คุ้นเคย วิลกวาดสายตาผ่านกระจกเลนส์แว่นตาของเขา มองหาร่างหนึ่งท่ามกลางเหล่าเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ ชายหนุ่มหยุดสายตาลงเมื่อพบกับกลุ่มผมสีเปลือกไม้ที่เขาเคยเพลิดเพลินกับการลอบมองมันไหวน้อยๆ ในเช้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ

        

         วิลพูดไม่ออกกับสิ่งที่ได้เห็น...สุดสูทสามชิ้นที่มักจะถูกรีดให้เรียบกริบ และพิถีพิถันแต่งมาในทุกๆวัน รวมถึงเส้นผมที่เขาเคยชื่นชมในการจัดแต่งอย่างเรียบร้อย ยามนี้พวกมันถูกใครบางคนทำลายลง และแม้ว่าเจ้าหน้าที่พิเศษจะคุ้นชินกับการเห็นศพ หรือสถานที่เกิดเหตุมากมาย แต่รอยฟกช้ำและรอยเลือดเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าของดอกเตอร์เลกเตอร์ กลับทำให้หัวใจของเขาบีบรัด และเต็นถี่รัวในเวลาต่อมา ความรู้สึกบางอย่างท่วมท้นจนชายหนุ่มไม่อาจอดกลั้น และเพิกเฉยต่อมันได้อีกต่อไป          

 

         อย่างแรก คืออาหารเช้าที่ช่างเป็นมิตร และภาพของดอกเตอร์ยามชงกาแฟที่เขาแอบมองอย่างไร้มารยาท

         อย่างที่สอง คือความรู้สึกยินดีเมื่อได้ยินน้ำเสียงและคำพูดเชิงกีดกันยามเขาชื่นชมความรักต่ออลาน่า

         และอย่างที่สาม....

 

 

 

         “ผมกังวลว่าคุณจะตาย...”

 

         ความคิดของวิลถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้มติดสั่นเครือน้อยๆของชายผู้เพิ่งได้รับบาดแผลจากการต่อสู้ ไม่เพียงแค่น้ำเสียง...วิลสังเกตเห็นแววน้ำสั่นไหวในดวงตาของดอกเตอร์เลกเตอร์ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดบาปที่เขาปล่อยให้โทเบียสหนีรอดจนมาทำร้ายคนตรงหน้า

 

         ‘ผมควรจะเป็นฝ่ายพูดประโยคนั้นแท้ๆ....’

        

         ชายหนุ่มครุ่นคิดพลางจ้องมองใบหน้าของคนที่เขายกให้อยู่สูงส่งเหนือตัวตนอันไร้ค่าของเขา ...ยามนี้ดอกเตอร์ฮันนิบาล เลกเตอร์เป็นเพียงคนธรรมดาที่บาดเจ็บได้ และมีน้ำตาที่งดงามกว่าอัญมณีใดๆบนโลก

 

         “ผมรู้สึกราวกับผมลากคุณเข้ามาอยู่ในโลกที่วิปริตวุ่นวายของผม”

 

         “ผมอยู่ตรงนี้ด้วยตัวเอง....และผมยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ”

 

         วิล แกรแฮมไม่อาจรับมือกับความรู้สึกอันท่วมท้นนี้ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มยื่นมือสัมผัสใบหน้าของชายผู้เป็น ’เพื่อน’ อย่างแผ่วเบา เลื่อนปลายนิ้วหัวแม่มือปาดเช็ดรอยเลือดที่มุมปาก ดอกเตอร์เลกเตอร์จ้องมองดวงตาสีท้องฟ้าของคนตรงหน้า ใบหน้าฉงนราวกับตั้งคำถาม ฝ่ายถูกถามด้วยสายตาเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ถ้อยคำเหล่านั้นถูกเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

 

         “ดอกเตอร์ครับ...คราวหน้า ถ้าคุณเจอคนไข้แปลกๆ หรือเข้าไปพัวพันกับเรื่องไม่ชอบมาพากล ...ได้โปรด บอกผม ให้ผมได้อยู่ข้างๆคุณเถอะ”

 

         เป็นความพยายามอย่างมากที่ชายหนุ่มต้องเรียบเรียงคำพูดของตนให้อยู่ในขอบเขตที่ ‘เพื่อน’ และ ’คนไข้’ ใช้พูดกัน วิลเม้มริมฝีปากตัวเองเป็นเส้นตรง ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้าย -ที่ได้ไตร่ตรองลดระดับคำลงแล้ว- ประโยคที่ช่วยลบล้างความฉงนที่แสดงบนใบหน้าของดอกเตอร์ และแทนที่มันด้วยหยักยิ้มน้อยๆ

 

 

 

         “ผมเป็นห่วงคุณ”

 



 

 

fin.

 
 
 
 


.....อันที่จริงมันคือวิธีเล่าเรื่องแบบในโดจินปกติของเราเองค่ะ TwT
ถ้าตัดฉากไปตัดมามากเกินไป อ่านแล้วงงๆยังไงก็ขออภัยค่ะ มือใหม่สุดๆ
ที่ใจกล้าหน้าด้านเอามาลง เพราะอยากระบายฟามติ่งคู่วิลหมอให้โลกรู้ อิ๋งๆ
ตอนนี้เน้นเล่าจากมุมมองของวิล เลยกลายเป็นวิลเลิฟหมอสุดๆไปเลยแฮะ555
ถ้านึกคึกอีกก็อยากเขียนตอนต่อที่เล่าจากมุมมองของหมอบ้างแฮะ
(ที่แน่นอนว่าหมอโคตรจะสโต๊กเกอร์ใส่วิลยิ่งกว่านี้55555) 

พล็อตนี้ยาวไปได้อีก2-3ตอน T 7 T ยาวจนไม่รู้จะมีแรงวาดเป็นโดจินมั้ย 
(ถ้าเป็นฟิค 2-3ตอนนี่สั้นนิดเดียวเองเนอะ เป็นโดจินนี่งานใหญ่สุดๆ5555)
แบบว่ายังไม่มีแรงวาด เลยจิ้มๆตัวหนังสือออกมาก่อน
ถ้าขยันมากพออาจจะมีเป็นเวอร์ชั่นโดจินค่ะ ก๊ากกก 


ปล. จริงๆช่วงนี้ติดอนิเมหนุ่มว่ายน้ำสุดๆเลย แต่ทำไมแต่งฟิคหมอฟะ งงตัวเอง



 

Comment

Comment:

Tweet

ทำให้อยากอ่านโดจินขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

#9 By anasomy on 2013-10-09 18:58

อยากจะบอกว่า ฉากที่ วิล บอกหมอ ว่าจูบกับ อลาน่า มา เราก็มโนว่าหมอต้องเคืองแน่ๆ 55555

#8 By PeEm_KaKeRu on 2013-10-02 20:47

โอ้ แต่งได้ยอดเยี่ยมมากเลย ชอบสำนวนการแต่งของคุณจัง
ชอบวิล*หมอเหมือนกันนะ ฮิ ฮิ

#7 By Mignight (101.51.30.252) on 2013-09-22 09:25

ช่ายเลยยยย ฟินตาม

#6 By ★☆WindMilL☆★ on 2013-09-15 14:08

อิมเมจิิ้นตามแล้วเข้าใจโมเม้นต์ที่วิลรู้สึกเลย หมอค้าาาาา
จะรอโดจินนะคะพี่โอมิก><

#5 By Nezumin on 2013-09-14 23:36

เพลิดเพลินกับสำนวนมากคะ
รอเวอร์คุณหมออย่างใจจดใจจ่อ

#4 By MarryJan on 2013-09-12 17:47

รออ่านโดจินโออย่างเดียวเลย อร๋างงงง มันโชโจมากๆ55+

#3 By noirpoison on 2013-09-12 16:19

ขอมุมมองหมอด้วยเถอะค่ะ พลีสสสสสส >_<

#2 By n0namae on 2013-09-12 15:44

พี่โอ ทำร้ายยยยยยย หมอ กับ วิล T^T รอโดจินพี่โอคู่นี้อย่างสุดซึ้งงงงงงงงง  สู้ๆนะครับบบบบ

#1 By Tony Stark on 2013-09-12 15:17