ประสบการณ์น่ากลัว...
posted on 29 Apr 2008 16:58 by omtn in TALK
ฉันตื่นนอนตอนบ่าย อากาศร้อนจนต้องตื่นขึ้นไปอาบน้ำทันทีโดยไม่อิดออดนอนต่อ ไม่นานนักก็กลับมานั่งประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์เหมือนกับทุกๆวัน ซักพักได้ยินเสียงเหมือนมีใครมาเคาะประตู มั่นใจว่าไม่ได้หูแว่วไปจึงลุกไปเปิด.... น้องชายที่เป็นญาติกันทักทายด้วยรอยยิ้มแจ่มใสเช่นเคย เขาอายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปี แต่ตัวเล็กเป็นบ้า ฉันแปลกใจที่เขาโผล่มาเวลานี้ โดยปกติเขาจะมาตอนช่วงเย็นๆถึงหัวค่ำเพื่อมาแย่งฉันเล่นคอมเนี่ยแหละ
“พี่อ้อม ป่ะ ไปดูหนังกัน”
ประโยคชักชวนที่ทำให้ตอบตกลงได้ไม่ยาก ก่อนจะตกลงไปฉันถามเขาไปว่าดูเรื่องอะไร เขาเงียบไป และวิ่งไปหาลุงและพี่ชายแท้ๆของฉันที่อยู่อีกห้องหนึ่ง
สิบนาทีต่อมา รถกระบะคันใหญ่ของลุงก็สตาร์ทเครื่อง พวกเราสี่คนนั่งประจำอยู่บนรถ ฉันเปิดประเด็นสนทนาอีกครั้ง
“จะไปดูเรื่องอะไรเหรอ เอิร์ธ”
“สี่แพร่ง หนังใหม่น่าดูนะพี่”
ฉันเงียบไป ในใจครุ่นคิด ปกติแล้วฉันเองก็ไม่ใช่คนที่กลัวหนังผี ออกจะชอบดูด้วยซ้ำ แต่พี่ชาย...ไม่รู้ว่าจะชอบดูไหม เห็นคราวก่อนดูไปปิดตาไป (แต่ไม่ส่งเสียงตกใจอะไรเลยนะ) ไหนๆก็ขึ้นรถมาแล้ว หนังก็น่าดู ไม่มีปัญหาอะไร....
ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองชลบุรี
ฉันกับพี่ชายกระโดดลงจากรถก็วิ่งเข้าร้านหนังสือทันที ปล่อยให้น้องและลุงไปจองตั๋วดูหนัง ไม่นานนักพวกเราก็ไปหาอะไรกินก่อนดูหนัง เหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งชั่วโมงกว่าหนังจะเริ่ม เถียงกันอยู่นานว่าจะกินที่ไหน น้องชายตัวดีร้องจะกินแมคโดนัลด์ (ว่าแต่เขา ฉันเองก็อยาก) คุณลุงไม่อนุมัติ และชี้ไปยังฝั่งตรงข้ามแมคฯ มีร้านข้าวต้มปลาและหมูสะเต๊ะอยู่
...การเดินข้ามถนนไปฝั่งโน้นต้องใช้สะพานลอย ฉันอยู่ชลบุรีมา15ปีกว่าๆแล้ว ยังไม่เคยจะได้ใช้สักครั้ง สะพานลอยแห่งนี้ทำจากเหล็ก เวลาเดินจะมีเสียงก้อง มันเก่าพอสมควรแล้ว มีสนิมเกรอะกรัง จู่ๆน้องชายก็เปิดประเด็นสนทนาหลังจากที่เงียบกันไปนาน
“เคยได้ยินเรื่องเล่าของสะพานลอยนี้ไหม”
ฉันส่ายหน้า อย่าว่าแต่เรื่องเล่า แค่รู้ว่ามีมันอยู่ฉันก็ลืมไปแล้ว
”เคยมีขอทานหนุ่มคนหนึ่ง เขามักนั่งประจำอยู่ที่นี่ คนที่ผ่านไปมาย่อมจำเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นวันฝนตก แดดออก หรือหนาวเย็นแค่ไหนเขาก็จะอยู่ที่นี่ จนวันหนึ่ง ชายที่เป็นนักเลงในแถบนี้รู้สึกรำคาญตา จึงให้เงินขอทานหนุ่มนั้นไป100บาท เพื่อแลกกับย้ายไปขอที่อื่น”
“อืม” ไม่ใช่แค่ฉันที่ฟังอยู่ พี่ชายก็ฟังอยู่เหมือนกัน
”มิน่าล่ะ ถึงไม่มีขอทานหนุ่มคนนั้นแล้ว” ฉันพยักหน้ารับรู้
”ยังเล่าไม่ทันจะจบเลยพี่ ที่เขาไม่อยู่ที่นี่แล้วไม่ใช่เพราะเขาโดนไล่...เขาโดนนักเลงพวกนั้นกระทืบตาย เพราะให้100บาทแล้วไม่พอใจ หน้าด้านขอเพิ่มอีก100บาทต่างหาก”
ฉันกับพี่ชายทำหน้าปุเลี่ยน นี่มันเรื่องเล่าอะไรของมันฟะเนี่ย น้องตรูแต่งเองรึเปล่า โคตรไร้สาระถึงจุดหมายพอดี ฉันจึงไม่ได้คิดอะไรต่อ ลุงเป็นเจ้ามือเลี้ยง ฉันกะกินให้เต็มคราบ ฮิฮิ
หลังจากที่หาอะไรใส่ท้องเรียบร้อย พวกเราต้องเดินกลับไปยังห้างสรรพสินค้าโดยต้องผ่านเส้นทางเดิม...สะพานลอย
พวกเราเดินกันไปก็คุยเล่นหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันไป ...ยังไม่ทันจะลงจากสะพานลอย ฉันหันหลังกลับไป ที่นั้น...มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งขอทานอยู่ ฉันมองหน้าน้องชาย เขาเองก็หน้าซีดไม่แพ้กัน ชายคนนั้นขาพิการข้างหนึ่ง ไม่มีทางจะขึ้นสะพานลอยมาได้เองอยู่แล้ว.... ความกลัวแล่นเข้ามาในมโนสำนึก รู้สึกชาไปทั้งตัวแต่ขาก็ยังไม่อยุ่เดิน ฉันรู้สึกว่าตัวเองลงบันไดเร็วมากที่สุดในชีวิตก็วันนี้
......ผีสะพานลอย.......
เดินกันมาถึงในห้าง เห็นร้านขายไอศกรีมจึงชวนพี่ชายและน้องชายไปซื้อกัน ฉันหยุดชะงักไปเพราะเห็นว่าร้านปิด และไม่มีพนักงานขายอยู่ เกือบจะเดินเลยผ่านไปแล้ว น้องชายก็พูดขึ้นเสียงแจ๋ว
“ไอติม! กินไอติมกันเถอะพี่อ้อม พี่เอก”
ฉันหันไปแทบจะทันที จากร้านไอศกรีมที่ปิดอยู่ ไม่มีพนักงาน กลับมีพนักงานชายท่าทางซูบเซียวสองคนยืนอยู่ อีกครั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองตาฝาดได้น่ากลัวจริงๆ ก็เห็นๆกันอยู่ว่าร้านเปิด ทำไมตอนแรกฉันถึงเห็นเป็นแบบนั้นกันนะ พวกเราจึงพากันไปซื้อไอศกรีม (คราวนี้พี่ชายเลี้ยง ฮิฮิ) ในใจยังอดสงสัยไม่ได้
......ผีไอติม.....
อีก25นาที หนังจะเริ่ม
พวกเราแวะนั่งกินไอศกรีมกันที่เก้าอี้ยาวของห้าง มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย... จู่ๆน้องชายก็หน้าซีด ด้วยความเป็นห่วง ถามไปว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผมได้ยินเสียงอ่ะพี่...เสียงผู้หญิงร้องไห้ เธอบอกว่า ผู้ชายอ่ะนะ ถ้ามันรักเราจริงมันก็ไม่ทิ้งเราหรอก”
น้องชายพูดใส่จริตก้านมารยาหญิงจนฉันขนลุก....น้องกรูเป็น =ตื้ด= รึเปล่าวะ
น่าแปลกจริงๆ เสียงนั้นมาจากที่ไหนกัน ....
.......ผีแม่หม้าย......
กินไอศกรีมกันหมดแล้วจึงออกเดินทางต่อ โรงหนังอยู่ชั้นสาม เหลือแค่ขึ้นบันไดเลื่อนนี้อีกครั้งเดียว คุณลุงเป็นคนที่เดินเร็วมาก เพราะตัวสูงใหญ่ และไม่มีลูก จึงไม่ค่อยเป็นห่วงเด็กมากซักเท่าไหร่(มากับลุงทีไรต้องดูน้องเองทุกที) ต้องคอยเดินตามให้ทัน ไม่ให้คลาดสายตา ...สงสัยว่าจะเดินเร็วไป จึงพลัดหลงกับพี่ชายและน้องชาย ฉันเดินตามลุงมาเรื่อยๆ โผล่เข้ามาในโซนขายของ คนละทางกับส่วงที่เป็นโรงหนังเลย จึงเร่งลุงให้เดินกลับไป เดี๋ยวหนังจะเริ่มแล้ว ไม่ทันไร....พวกเราเดินเข้าไปในซอยแคบๆ จู่ๆก็โผล่มาที่โรงหนัง รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดมาอีกโลกหนึ่ง น่าแปลกนัก แค่ซอยๆแคบๆเส้นทางสั้นๆ ทำไมมาถึงโรงหนังไวจัง แต่ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเดินไกล....
..........ผีโรงหนัง(ขาเข้า).......
พวกเราดูหนังด้วยความระทึกใจ ฉันรู้สึกประทับใจภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ฉันจะไม่เล่าอะไรมาก จะเป็นการสปอยล์คนที่ยังไม่ได้ดูเสียเปล่า นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ดูหนังผีดีๆแบบนี้ ชื่นชมทีมงานสร้างหนังจริงๆ หนังจบแล้ว พวกเราพากันออกจากโรงไป ฉันเดินคุยกับน้องและพี่ชายถึงหนังที่ดูจบไป เดินไปสักพัก รู้สึกแปลกมากที่ไม่มีใครเดินตามออกมาเลย ทั้งๆที่คนอออกจะครึ่งค่อนโรง ตอนนี้ก็สามทุ่มแล้ว ตัวห้างที่ขายของปิดหมด ดับไฟ บันไดเลื่อนหยุดทำงาน ... ดูๆไปแล้วเป็นบรรยากาศที่น่ากลัว พวกเราต้องเดินลงจากห้างทางบันไดวน.... ฉันแปลกใจ คนอื่นๆไปไหนกันหมดนะ
..........ผีโรงหนัง(ขาออก).......
----------------
กลัว
ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกตัวว่าเรานั่งอยู่ที่บ้านคนเดียว
ปรกติไม่เคยจะใส่ใจว่าใครจะมาจะไป เข้าออกห้องโน้นห้องนี้
แต่ตอนนี้ เราได้แต่ภาวนา
ใครก็ได้ กลับบ้านมาอยู่ด้วยกันหน่อยสิ.... T^T






...

เราก้อกลัวด้วยเพราะเป็นผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์
เล่าเรื่องได้สุดยอดจ้ะที่รัก เหอๆ ทำคนอ่านมีอารมณ์กลัวร่วม T^T
เรื่องโรงหนััง เเนะนำให้ไปดูที่บิ๊กซีที่เพิ่งเปิดใหม่ มันดูดีกว่าเยอะ
(อย่าเสี่ยงกับผีโรงหนังเลยเธอเอ๋ย)
ปล.เอาเค้าไปอยู่เป็นเพื่อนที่บ้านมะ ฮา *โดนเตะออกจากบลอก*
#1 By [Sora] -This world is YOURS- on 2008-04-29 17:33